
| ทำไมถึงต้องดูแลให้กรมธรรม์มีผลบังคับอยู่เสมอ ? | ||||||
| เพื่อจะได้รับบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ไทยประกันชีวิตจะดำเนินการตรวจสอบสถานะกรมธรรม์ของผู้เอาประกันก่อนทุกครั้ง หากกรมธรรม์ ขาดผลบังคับ ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายครั้งนั้น |
||||||
| ผู้เอาประกันสามารถระบุโรงพยาบาลที่ต้องการได้หรือไม่ ? | ||||||
ไม่สามารถทำได้ เพราะแพทย์ประจำศูนย์ฯ ฮอตไลน์จะตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลที่เหมาะสมให้แก่ผู้เอาประกันภายใต้เหตุผลดังนี้
|
||||||
| กรณีเจ็บท้องจะคลอดบุตร สามารถรับบริการประสานงานนำส่งผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลได้หรือไม่ ? | ||||||
| ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะการคลอดบุตรไม่ใช่อาการเจ็บป่วยที่เกิดจากโรคภัย หรืออุบัติเหตุ | ||||||
| กรณีไม่พอใจการรักษาของแพทย์ หรือต้องการย้ายเพื่อไปพักฟื้นในโรงพยาบาลที่ต้องการ สามารถรับบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากศูนย์ฯ ฮอตไลน์ได้หรือไม่ ? | ||||||
| บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมอบให้เฉพาะกรณีมีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น ดังนั้นความต้องการ หรือความจำเป็นในด้านอื่นๆ จึงอยู่นอกขอบข่ายที่จะได้รับบริการ |
||||||
| เมื่อญาติผู้เอาประกันดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง โดยไม่ผ่านศูนย์ฯ ฮอตไลน์ สามารถเรียกค่าใช้จ่ายจากไทยประกันชีวิตในภายหลังได้หรือไม่ ? | ||||||
| ไทยประกันชีวิตจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยภายใต้การดำเนินงานโดยศูนย์ฯ ฮอตไลน์เท่านั้น | ||||||
| ไทยประกันชีวิตจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และค่ารักษาพยาบาลด้วยหรือไม่ ? | ||||||
| ไทยประกันชีวิตจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเท่านั้น สำหรับค่ารักษาพยาบาล หากผู้เอาประกันซื้อสัญญาพิเศษเพิ่มเติมที่มีความคุ้มครองครอบคลุมถึง การรักษาพยาบาล ก็สามารถนำมาเบิกค่าสินไหมทดแทนคืนกับไทยประกันชีวิตได้ตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญา |
||||||
| บัตรประจำตัวผู้เอาประกันสำคัญอย่างไร ? | ||||||
| บัตรประจำตัวนี้จะมีชื่อผู้เอาประกัน และเลขที่กรมธรรม์ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ไทยประกันชีวิตฮอตไลน์ โทร. 02 256 7333 ผู้เอาประกันจะได้รับบริการอย่างทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และยังแสดงถึงความเป็นบุคคลพิเศษในการรับบริการเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย |
||||||
| กรณีเดินทางไปต่างประเทศแล้ว สามารถโทรกลับมาลงทะเบียนขอใช้บริการในต่างประเทศย้อนหลังได้หรือไม่ ? | ||||||
| บริการไทยประกันชีวิตฮอตไลน์ในต่างประเทศขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้เอาประกันที่แจ้งลงทะเบียนรายงานตัวก่อนการเดินทางเท่านั้น |
||||||
| กรณีเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ สามารถขอรับบริการฮอตไลน์จนจบการศึกษาได้หรือไม่ ? | ||||||
| ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองในระหว่าง 90 วันแรกนับจากวันที่เดินทางไปเท่านั้น | ||||||
| กรณีผู้เอาประกันเดินทางไปรับการรักษาต่อในต่างประเทศด้วยโรคที่เป็นก่อนเดินทาง สามารถขอรับบริการเคลื่อนย้ายฉุกเฉินมารับการรักษาต่อเนื่อง ยังประเทศไทยได้หรือไม่ ? |
||||||
| บริการจะไม่คุ้มครองค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายที่เกิดจากโรคหรือความบาดเจ็บที่เกิดขึ้นอยู่ก่อน (Pre-existing Condition) วันที่เดินทางไปต่างประเทศ |
||||||
| กรณีเดินทางไปต่างประเทศด้วยเครื่องบินทหาร หรือราชการสามารถขอรับความคุ้มครองได้หรือไม่ ? | ||||||
| ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองเฉพาะการเป็นผู้โดยสารในสายการบินพาณิชย์ที่มีกำหนดตารางการบิน หรือเครื่องบินเหมาลำที่ได้รับอนุญาตตามเส้นทางบิน | ||||||
| ทำไมต้องใช้ข้อมูลมากมายในการลงทะเบียน ? | ||||||
| ข้อมูลที่ขอไว้นั้นล้วนเป็นประโยชน์ต่อผู้เอาประกันเองทั้งสิ้น เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เลขที่ประจำตัวประชาชน หรือเลขที่หนังสือเดินทาง เพื่อความสะดวก ต่อศูนย์ฯ ฮอตไลน์ ในการประสานความช่วยเหลือกับหน่วยงานราชการ หรือสถานทูต |
||||||