
![]() |
|
|||||||||||
![]() |
ช็อกโกแล็ตซีสต์...หนึ่งในโรคนรีเวชที่ใกล้ตัว ช็อกโกแล็ตซีสต์ เกิดจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis) ซึ่งเป็นอาการจากเลือดประจำเดือนที่ไหลออกมาผ่านปากมดลูกไม่ทันและย้อนออกไปที่ท่อนำไข่ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่ลอกหลุดออกมาด้วย ตกลงในอุ้งเชิงกรานด้านหลังมดลูก แล้วฝังตัวลงบนเยื่อบุช่องท้อง เจริญเติบโตต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่เหล่านี้ เป็นเนื้อเยื่อที่ ขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่ผลิตจากรังไข่ จึงเปรียบเหมือนปุ๋ยสำหรับต้นไม้ ซึ่งทำให้เจริญเติบโตไปเรื่อยๆ และเมื่อถึงวัยหมดระดู อาการต่างๆ จะลดน้อยลงจนหายไป เนื่องจากไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนจากรังไข่มาเลี้ยง เหมือนต้นไม้ที่ขาดปุ๋ย ต้นไม้ก็เหี่ยวเฉาตายไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฝังตัว โดยมีอาการปวดท้องน้อยเวลามีประจำเดือน ซึ่งจะปวดมากขึ้นเรื่อยๆ หรือมีอาการปวดอย่างอื่นร่วมอยู่ด้วย เวลามี ประจำเดือน เช่น มีอาการปวดหลัง เอว ก้นกบ และหน้าขา มีอาการท้องอืดท้องบวมใหญ่ขึ้น อาจมีถ่ายเหลวท้องเสีย หรือช่วงมีระดูจะปวดเบ่งขณะถ่ายอุจจาระมากกว่าปกติ รวมถึงอาจมีอาการปัสสาวะบ่อยมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงมีประจำเดือน บางรายอาจมีอาการปวด เจ็บบริเวณมดลูก หรือท้องน้อยขณะมีเพศสัมพันธ์ และตามมาด้วยภาวะการมีบุตรยาก ผู้หญิงส่วนใหญ่ อาจกลัวการตรวจภายใน สำหรับผู้ที่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ หรือยังโสด สามารถเลือกใช้วิธีตรวจอัลตราซาวด์แทน ส่วนท่านที่สมรสแล้ว ควรตรวจภายในทุกปี เพราะนอกจากตรวจโรคนี้แล้ว การตรวจภายในยังสามารถตรวจหามะเร็งปากมดลูกได้ ดังนั้นผู้หญิงทุกคนจึงควรใส่ใจการตรวจภายใน เมื่อมีอาการปวดท้องน้อย หรือปวดประจำเดือนที่ผิดปกติเผื่อพบโรคดังกล่าว |
|||||||||||
![]() |
เบาหวาน...เบาใจ โรคเบาหวานเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอ หรือร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยกว่าปกติ จึงไม่สามารถเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตได้อย่างเหมาะสม ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ จากงานวิจัยพบว่า ผู้ที่เริ่มทราบว่าเป็นเบาหวานมีโรคแทรกของหลอดเลือด ร้อยละ 50 ที่จอตาร้อยละ 20 ระบบประสาทร้อยละ 9 และที่ไตร้อยละ 8 การตรวจพบแต่แรกเริ่ม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการ เกิดโรคแทรกซ้อน เพราะคนที่เป็นเบาหวานระยะแรกจะไม่รู้ตัวว่าเป็นเนื่องจากไม่มีอาการใดแสดงให้ทราบ ทว่าโรคแทรกซ้อนได้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นการตรวจ คัดกรองเบาหวานในผู้ที่ไม่มีอาการจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อลดภาวะโรคแทรกซ้อน |
|||||||||||
![]() |
โรคสืบเนื่องจาก...อาการปวดหลัง หลังของคนเราทำงานหนักกว่าที่คิดทั้งในส่วนของกล้ามเนื้อ และกระดูกต้องรับภาระตลอดเวลา ไม่ว่า เดิน นั่ง ยืน หรือนอน ปัจจุบันนี้อาการปวดหลังไม่ได้เกิดกับเฉพาะคนสูงวัย ปัญหานี้เกิดขึ้นกับทุกวัยทุกคน เพราะต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ไม่มีการเปลี่ยนท่าทาง นั่งขับรถผิดท่า และอีกหลายสาเหตุ หากละเลยอาการปวดหลัง อาจนำไปสู่โรคต่างๆ ได้ อาทิ มักพบในวัยหนุ่มสาวที่เป็นวัยทำงาน ช่วงอายุ 20 – 40 ปี เกิดจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังตามอายุ และการใช้งาน อาการดังกล่าวจะเป็นมากเวลาทำงาน เมื่อมีแรงมากระทำต่อกระดูกสันหลัง เช่น การยกของหนัก ก้มตัวอย่างรวดเร็ว หรือตกจากที่สูง ทำให้เนื้อในของหมอนรองกระดูกสันหลังเกิดดัน และโป่งออกมากดทับต่อเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียงทำให้มีอาการปวดหลังรุนแรง ปวดร้าวลงมาที่ขา น่อง ตาตุ่ม หรือเท้า ร่วมกับมีอาการชา อ่อนแรงของขา และเท้า ภาวะกระดูกสันหลังหักยุบ เนื่องจากกระดูกพรุนนี้อาจเกิดขึ้นตามหลังอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เช่น ลื่นล้มเบาๆ หรือนั่งก้นกระแทกพื้น หรืออาจเป็นจากแค่การก้มตัวการก้มลงเก็บของ หรือแม้กระทั่งการไอ จามแรงๆ หลังจากนั้นจะมีอาการปวดหลังทันที หรืออาจเป็นในเวลาไม่กี่วันต่อมา โดยจะมีอาการปวดหลังมากขึ้นเรื่อยๆ บางรายไม่สามารถลุกจากเตียง นั่งนานๆ ไม่ได้ ต้องล้มตัวลงนอน มักพบในกลุ่มผู้หญิงที่สูงอายุ และหมดประจำเดือน อาการเจ็บปวดเหล่านี้จะเจ็บปวดมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยจะต้องนอนนิ่งๆ ตลอดเวลาอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาทางระบบอื่นๆ ตามมา เช่น แผลกดทับ ปวดบวมกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด เกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันที่ขา เป็นต้น
|
|||||||||||
หมายเหตุ
|
||||||||||||