พ.ศ.
๒๕๔๖
ตลอดปี ๒๕๔๖ ที่ผ่านมา อาจกล่าวได้ว่า
ไทยประกันชีวิตสามารถดำเนินงานให้สอดคล้อง และบรรลุตามปณิธานทั้ง
๔ ของบริษัทฯ ได้อย่างครบถ้วนสัมฤทธิผล ทั้งในด้านเสถียรภาพทางการเงินการพัฒนาบุคลากรตลอดจนการสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับลูกค้าและสังคม
ตั้งมั่นต่อการเป็นสถาบันการเงินที่ซื่อสัตย์
มั่นคง และดำเนินธุรกิจด้วยหลักวิชาการทันสมัย
จากการที่ไทยประกันชีวิตดำเนินงานและบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ยังผลให้ในปี ๒๕๔๖ บริษัทฯ มีเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง
พร้อมกับการขยายตัวของธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในส่วนของเบี้ยประกันรับ
จำนวนผู้เอาประกัน สินทรัพย์ เงินสำรองประกันภัย เงินลงทุน
ฯลฯ รวมไปถึงการจ่ายเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ให้แก่ผู้เอาประกัน
โดยตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่สะท้อนให้เห็นว่า ไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีความมั่นคง
น่าเชื่อถือ รวมทั้งมีฐานะการเงินที่แข็งแกร็งมากที่สุดแห่งหนึ่งในธุรกิจประกันชีวิต
มุ่งมั่นสร้างสรรค์แบบกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ให้ประโยชน์สูงสุด
และการบริการที่มีคุณภาพนำหน้า
 |
|
การพัฒนาและออกแบบประกันใหม่ๆ
ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและความต้องการของผู้บริโภคเป็นสิ่งที่บริษัทฯ
ให้ความสำคัญมาโดยตลอด สำหรับในปี ๒๕๔๖ บริษัทฯ ได้มีการออกแบบประกันใหม่
๔ แบบ ได้แก่
ทรัพย์ทวี
๔๗๐
เป็นแบบประกันที่รับประกันผู้ที่มีอายุตั้งแต่
๑ เดือน - ๕๕ ปี ให้ความคุ้มครองถึง ๔๒ ปี แต่ชำระเบี้ยประกันเพียง
๒๑ ปี ในระหว่างสัญญามีเงินคืนอย่างต่อเนื่องจนถึงระยะเวลาความคุ้มครอง
โดยตลอดสัญญาจะได้รับผลประโยชน์รวมสูงถึง ๔๗๐% ในกรณีที่เสียชีวิตระหว่างสัญญารับทุนประกันและเพิ่มทุนทุกปีปีละ
๕% ของทุนประกันเริ่มต้น หรือถ้าหากเสียชีวิตในปีที่ ๒๑-๔๒
บริษัทฯ จะคุ้มครองสูงถึง ๒๐๐% ของทุนประกัน |
ธนรักษ์
๕, ธนรักษ์ ๖ และธนรักษ์ ๗
เป็นแบบประกันที่ชำระเบี้ยประกันครั้งเดียว
รับประกันผู้มีอายุตั้งแต่ ๑ เดือน - ๗๕ ปี โดยมีระยะเวลาเอาประกันให้เลือก
๓ ระยะ คือ "ธนรักษ์ ๕" ระยะเวลาเอาประกัน ๑๐ ปี
รับเงินคืนปีละ ๒.๒๕% ของทุนประกัน "ธนรักษ์ ๖"
ระยะเวลาเอาประกัน ๑๕ ปี รับเงินคืนปีละ ๒.๕๐% ของทุนประกัน
และ "ธนรักษ์ ๗" ระยะเวลาเอาประกัน ๒๐ ปี รับเงินคืนปีละ
๒.๗๕% ของทุนประกัน กรณีครบกำหนดสัญญารับผลตอบแทนระยะยาวสูงถึง
๓.๖-๓.๙% ต่อปี และหากเสียชีวิตในระหว่างสัญญารับทุนประกันหรือเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์อย่างใดอย่างหนึ่งที่มีจำนวนมากกว่า
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล
เป็นแบบประกันที่มีสัญญาปีต่อปี
เน้นความคุ้มครองอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ โดยคุ้มครองทั้งการเสียชีวิต
สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เงินชดเชยรายสัปดาห์กรณีทุพพลภาพชั่วคราวสิ้นเชิง
คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล คุ้มครองการแตกหักของกระดูก การไหม้และน้ำร้อนลวก
โดยมีแบบประกันให้เลือก ๓ แบบคือ พี.เอ.คลาสสิกแคร์ มีทุนประกันให้เลือกตั้งแต่
๒๐๐,๐๐๐ - ๗๐๐,๐๐๐ บาท พี.เอ.สเปเชียลแคร์ มีทุนประกันให้เลือกตั้งแต่
๑,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท และ พี.เอ.โบนแคร์ มีทุนประกันให้เลือกตั้งแต่
๒๐๐,๐๐๐ - ๗๐๐,๐๐๐ บาท
แทกซ์รีเทิร์น
เป็นแบบประกันสำหรับผู้มีเงินได้ที่ต้องการหักลดหย่อนภาษี
โดยรับประกันผู้ที่มีอายุระหว่าง ๒๐-๗๐ ปี มีระยะเวลาเอาประกันและระยะเวลาชำระเบี้ยประกัน
๑๐ ปี รวมทั้งมีอัตราเบี้ยประกันให้เลือก ๕ แบบคือ ๑๐,๐๐๐
บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ๔๐,๐๐๐ บาท และ ๕๐,๐๐๐ บาท สำหรับทุนประกันจะแปรผันตามเพศและอายุของผู้เอาประกัน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มอบสิทธิประโยชน์ขยายความคุ้มครองสุขภาพแก่ผู้เอาประกันให้ยาวนานขึ้น
ด้วยการขยายระยะเวลาความคุ้มครองพิเศษเพิ่มเติมการประกันสุขภาพวีไอพีพิเศษ
แผน ๑ (วพ.๑) และ แผน ๒ (วพ.๒) จนถึงอายุ ๗๐ ปีสำหรับผู้เอาประกันที่ถือกรมธรรม์และมีวันเริ่มสัญญาก่อนวันที่
๑ เมษายน ๒๕๔๖ และมีอายุครบ ๖๕ ปี ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์
ในด้านการบริการในปี ๒๕๔๖ บริษัทฯ
ได้มีการพัฒนางานบริการเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้เอาประกันในหลายด้าน
ซึ่งได้แก่
- ขยายวิธีการชำระเบี้ยประกันผ่านเคานเตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ
สำหรับผู้เอาประกันที่ถือกรมธรรม์รายงวดที่ชำระเบี้ยประกันไม่เกิน
๓๐,๐๐๐ บาท สามารถนำใบแจ้งชำระเบี้ยประกันที่มีบาร์โค้ดไปชำระเบี้ยประกันภายในระยะเวลาที่กำหนด
ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกรวดเร็วให้กับผู้เอาประกันมากยิ่งขึ้น
- ขยายโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในโครงการ
"ไทยประกันชีวิตเมดิแคร์ " ซึ่งเป็นบริการพิเศษ
ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการสำรองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้เอาประกันที่มีอายุกรมธรรม์เกิน
๖ เดือนขึ้นไป และซื้อสัญญาพิเศษ
เพิ่มเติมการประกันสุขภาพ การประกันสุขภาพวีไอพีพิเศษ หรือสัญญาพิเศษเพิ่มเติมการประกันอุบัติเหตุ
ในกรณีที่ได้รับอุบัติเหตุหรือป่วยไข้ และจำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน
ซึ่งปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในโครงการเป็นจำนวนทั้งสิ้น
๑๕๒ แห่งทั่วประเทศ
นอกจากนี้ การบริการพิเศษที่ไทยประกันชีวิตเป็นผู้นำในการริเริ่มสร้างสรรค์ไม่ว่าจะเป็น
"ไทยประกันชีวิต-
ฮอตไลน์" "ไทยประกันชีวิตแคร์เซนเตอร์" และ
"บริการรถตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ Med at Home" ก็เป็นอีกหลาย
การบริการที่บริษัทฯ ยังคงสานต่อให้บริการแก่ ผู้เอาประกันอย่างต่อเนื่อง
และได้รับการตอบรับจากผู้เอาประกันด้วยดีมาโดยตลอด ดังจะเห็นได้จาก
"ไทยประกันชีวิตฮอตไลน์"
นับตั้งแต่เริ่มโครงการในปี
๒๕๔๒ จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ให้การบริการข้อมูลทางการแพทย์แก่ผู้เอาประกันผ่านหมายเลขโทรศัพท์ของไทยประกันชีวิตฮอตไลน์
๐ ๒๒๐๓ ๙๙๘๘ เป็นจำนวนกว่า ๒๐,๐๐๐ ราย รวมทั้งยังได้ให้บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยซึ่งเป็น
ผู้เอาประกันของบริษัทฯ ไปแล้วเป็นจำนวน ๖๓๐ ราย โดยเป็นการเคลื่อนย้ายทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์
สายการบินพาณิชย์ และเครื่องบินพาณิชย์เหมาลำ จำนวน
๓๕ ราย คิดเป็นค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายรวม ๑๗,๐๐๐,๐๐๐
บาท
"ไทยประกันชีวิตแคร์เซนเตอร์"
ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลพิทักษ์สิทธิประโยชน์และให้บริการข้อมูลแก่
ผู้เอาประกันที่สมบูรณ์แบบเป็นแห่งแรกของธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย
ที่พร้อมให้คำปรึกษาและติดตามแก้ไขทุกปัญหา
เกี่ยวกับการประกันชีวิตเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดให้กับ
ผู้เอาประกัน โดยนับแต่เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี ๒๕๔๕-๒๕๔๖
ไทยประกันชีวิตแคร์เซนเตอร์ ได้รับเรื่องร้องเรียนและแก้ไข |
|
 |
 |
|
ปัญหาของผู้เอาประกันไปแล้วรวมทั้งสิ้น ๓,๘๑๖ เรื่อง สามารถติดตามตัวแทนและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วเฉลี่ยเดือนละ
๒๗๐ เรื่อง และแก้ไขได้ตามมาตรฐานเวลาที่กำหนดไว้คือ ๑-๓
วัน นอกจากนี้ยังได้ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับการประกันชีวิตแก่ผู้เอาประกันจำนวน
๑๓๒,๙๑๖ สาย ซึ่งได้รับความพึงพอใจในการบริการจากผู้เอาประกันสูงถึง
๙๗% และบริการที่ไทยประกันชีวิตเตรียมจัดเพิ่มอีกคือบริการข้อมูลออนไลน์ผ่านเว็บไซต์
อีเมล์ และแชต ครบทุกช่องทางการสื่อสาร เพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการท
ี่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
|
"บริการรถตรวจสุขภาพเคลื่อนที่
Med at Home"
เป็นบริการพิเศษที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจสุขภาพเพื่อประกอบการพิจารณารับประกันให้กับลูกค้าถึงบ้าน หรือสถานที่ทำงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยรถตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ดังกล่าวจะพร้อมสรรพด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างครบครัน
|
|

|
 |
|
ถือมั่นที่จะส่งเสริมความรู้
ความสามารถ ประสบการณ์ และคุณภาพชีวิตของพนักงาน
ไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความรู้ความสามารถในด้านต่างๆ
แก่บุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่องทุกปี ด้วยการร่วมกับสถาบันฝึกอบรม
สถาบันการศึกษาจัดหลักสูตรอบรมขึ้นเอง ตลอดจนส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมจากสถาบันภายนอกทั้งในประเทศและต่างประเทศ
รวมถึงการสนับสนุนให้บุคลากรเข้าเรียนหลักสูตรประกันชีวิตทางไกลของต่างประเทศ
อาทิ สมาคม Life Office Management Association (LOMA)
สมาคม International Claim Association (ICA) สมาคม Society
of Actuaries (SOA) ทั้งนี้ การจัดอบรมจะมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะเพิ่มพูนความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ครอบคลุมถึงบุคลากรทุกกลุ่มทุกระดับอย่างทั่วถึงทั้งบุคลากรสำนักงานใหญ่
สาขา และฝ่ายขาย ทั้งในเรื่องของความรู้ด้านการประกันชีวิต
การบริหารจัดการ การบริการ ฯลฯ
โดยเฉพาะในปี ๒๕๔๖ บริษัทฯ ยังได้มีการเตรียมความพร้อมและมุ่งส่งเสริมให้บุคลากรฝ่ายขาย
มีความรู้ความเข้าใจทางการเงิน และการลงทุน สามารถทำหน้าที่เป็นทั้งนักขายประกันชีวิต
และเป็น |
| |
ที่ปรึกษาทางการเงินได้ในเวลาเดียวกัน
ทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของธุรกิจประกันชีวิต
ซึ่งจะมีการขาย
กรมธรรม์ยูนิตลิงก์ในอนาคต โดยบริษัทฯ ได้มีการจัดอบรมเสริมความรู้ให้กับบุคลากรฝ่ายขาย
๒ หลักสูตร คือ หลักสูตร Wealth Manager ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมในเรื่องของกองทุน
การเงิน และการลงทุน โดยผู้เข้าร่วมการอบรมในหลักสูตรนี้จะต้องสอบรับใบอนุญาตในการขายหน่วยลงทุน
หรือ Investment Planner (IP) จากสถาบันพัฒนาบุคลากรธุรกิจหลักทรัพย์
ส่วนอีกหลักสูตร คือ Wealth Planner ซึ่งมุ่งเน้นการเพิ่มพูนความรู้ในด้านการเงิน
การลงทุน โดยเฉพาะในเรื่องของกองทุนและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
|
ยึดมั่นในการสนับสนุนและบําเพ็ญกิจกรรมสาธารณประโยชน์
เพราะสำนึกในการเป็นบริษัทคนไทย
เพื่อคนไทย ปี ๒๕๔๖ จึงเป็นอีกปีหนึ่งที่บริษัทฯ ได้มีส่วนร่วมให้การสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อพัฒนาคุณภาพของสังคมผ่านหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
ด้วยงบประมาณกว่า ๓๐ ล้านบาท
โครงการ
"เจาะใจ-ไทยประกันชีวิต ร่วมสานฝันผู้พิการ"
เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่บริษัทฯ สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้พิการ
นอกเหนือจากโครงการอื่นๆ ที่บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการมอบทุนการศึกษาจำนวน ๒ , ๕๐๐ , ๐๐๐ บาท การมอบรถยนต์เอนกประสงค์ให้แก่กองออร์โธปิดิคส์
มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า เพื่อให้บริการจัดทำแขนขาเทียมแก่ผู้พิการในพื้นที่
๑๘ จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
"เจาะใจ-ไทยประกันชีวิต
ร่วมสานฝันผู้พิการ"
เป็นโครงการที่บริษัทฯ ร่วมกับรายการโทรทัศน์เจาะใจ
จัดฝึกอบรมศิลปาชีพจำนวน ๒๙ สาขาให้แก่ผู้พิการทั่วประเทศ
โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เพื่อสร้างโอกาส
สร้างอาชีพ ให้แก่ผู้พิการให้สามารถดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเอง
โดยบริษัทฯ ได้สนับสนุนเงินจำนวนกว่า ๑ , ๗๐๐ , ๐๐๐ บาท สำหรับเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าวัสดุอุปกรณ์ในการฝึกอบรม
โครงการ
"หนึ่งคนให้ ... หลายคนรับ U-TALK CONTEST"
เป็นโครงการรณรงค์การบริจาคโลหิตและอวัยวะอีกรูปแบบหนึ่งที่ไทยประกันชีวิต
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย
และบริษัท อาร์เค มีเดีย จำกัด ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้เยาวชนไทยเกิดจิตสำนึกของการเป็นผู้ให้
รวมทั้งส่งเสริมพลังความคิดสร้างสรรค์และความสามารถของเยาวชนในด้านการพูดและการแสดงออก
ด้วยการเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษา จากสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ
ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ร่วมประกวดทอล์คโชว์ผสมผสานการแสดงประกอบ
ชิงถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
พร้อมทุนการศึกษา รวมมูลค่า ๑๒๗,๐๐๐ บาท |
|
 |
 |
|
จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์แก่สภากาชาดไทย
ซึ่งประกอบด้วยโปสเตอร์ แผ่นพับ
หนังสือ และถุงธารน้ำใจสำหรับบรรจุสิ่งของอุปโภคบริโภค
รวมมูลค่า ๕๕๐ , ๐๐๐ บาท เพื่อใช้ในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์การดำเนินกิจกรรมของศูนย์รับบริจาคอวัยวะ
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์
สภากาชาดไทย
|
สนับสนุนกิจการของโรงพยาบาลศิริราชด้วยการสนับสนุนการจัดแสดง
"ทอล์คโชว์ คอนเสิร์ตการกุศล ใจ.ซี.ยู"
เพื่อหารายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่าย
มอบให้กับโรงพยาบาลศิริราชสมทบกองทุนจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์และการเรียนการสอนให้กับอาคารเฉลิมพระเกียรติ
ซึ่งเป็นอาคารทางการแพทย์หลังใหม่ของโรงพยาบาลศิริราช
 |
|
มอบหนังสือชุด
"ภูมิแผ่นดินไทย"
จำนวน ๑ , ๔๑๕ ชุด แก่กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงการต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และหนังสือพิมพ์มติชน
เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับห้องสมุดสถาบันการศึกษาทั่วประเทศและคนไทยที่อยู่ในต่างแดน
โดยหนังสือ "ภูมิแผ่นดินไทย" เป็นหนังสือที่รวบรวมเอกลักษณ์ความเป็นไทยในด้านต่างๆ
๙ เรื่อง ๙ เล่ม ซึ่งบริษัทฯ จัดทำขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ
๖๐ ปี
นอกจากนี้ในปี ๒๕๔๖ บริษัทฯ
ยังได้ร่วมสานต่อและบำเพ็ญกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ อีกหลายโครงการ
ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันชีวิตทหารต่อเนื่องเป็นปีที่
๑๗ การมอบความคุ้มครองแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางต่อเนื่องปีที่
๑๑ และสถานีตำรวจดับเพลิงห้วยขวาง , บางกะปี และหัวหมากเป็นปีที่
๙ การจัดทำรายการโทรทัศน์ "พบหมอศิริราช"
ปีที่ ๑๘ การจัดทำรายการโทรทัศน์ "ด้วยพระบารมี"
เป็นปีที่ ๘ ตลอดจนร่วมสนับสนุนภาพยนตร์ไทยเรื่อง "ขุนศึก"
และ "องคุลิมาล" ตามโครงการ "ร่วม
ส่งเสริมหนังไทยกับไทยประกันชีวิต"
|
ทุกย่างก้าวของการดำเนินงาน
และทุกๆ กิจกรรมที่ไทยประกันชีวิต
ริเริ่มสร้างสรรค์ บริษัทฯ เน้นถึงประโยชน์ที่ลูกค้าและสังคมจะได้รับเป็นสำคัญ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นนโยบายที่บริษัทฯ พร้อมจะปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในฐานะองค์กรที่ดีของสังคมตลอดไป
|
|
 |
|