หลักสูตรอบรมและสัมมนา
Knowledge Center
คุณถาม เราตอบ


คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ท่านเห็นว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1. . นาย ก. และนาย ข. เป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทประกันชีวิตหนึ่งและสองตามลำดับ ซึ่งได้ไปขาย ประกันชีวิตให้กับนาง ค. เหมือนกัน นาย ก. ได้เสนอของแถมให้นาง ค. เป็นเหตุให้นาง ค. ตัดสินใจทำ ประกันชีวิตกับนาย ก. ท่านคิดว่าการกระทำของนาย ก. ผิดจรรยาบรรณตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่
    ถูก เพราะถือเป็นกลยุทธ์ทางการแข่งขันด้านการขายของนาย ก.
    ผิด เพราะนาย ก. เสนอของแถมเป็นเหตุจูงใจให้นาง ค. ทำประกันชีวิตกับตน
    ถูก เพราะนาง ค. เป็นผู้ตัดสินใจทำประกันชีวิตเอง โดยมิได้ถูกนาย ก. บังคับ
    ผิด เพราะนาย ก. ไม่ประพฤติตนอยู่ในคุณธรรมแห่งอาชีวปฏิญาณ
2. . จรรยาบรรณฯ ข้อที่ว่า “ไม่แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยสละกรมธรรม์เดิมเพื่อทำสัญญาใหม่ หากทำให้ผู้เอา ประกันเสียผลประโยชน์” ตรงกับการกระทำข้อใดมากที่สุด
    ตัวแทนประกันชีวิตแนะนำให้หยุดส่งเบี้ยประกันชีวิต เพื่อนำเงินไปทำประกันชีวิตแบบใหม่ โดย อ้างว่าเป็นแบบที่มีเงื่อนไขที่ดีกว่า และให้ผลประโยชน์มากกว่าแบบเดิม
    ตัวแทนประกันชีวิตแนะนำให้เพื่อนยกเลิกกรมธรรม์เดิมที่ทำกับบริษัทอื่น เพื่อมาทำประกันชีวิต กับตนเอง ง
    ตัวแทนประกันชีวิตแนะนำให้ลูกค้ายกเลิกกรมธรรม์เดิม โดยอ้างว่าเป็นแบบประกันที่ให้ ผลประโยชน์น้อย เพื่อมาทำประกันชีวิตแบบใหม่ เพื่อหวังตัวเลขแข่งขันผลงาน
    ตัวแทนประกันชีวิตแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าแบบประกันภัยแบบเดิมที่ลูกค้าทำไว้แล้วมีการปรับปรุง เป็นแบบใหม่ที่มีเงื่อนไขที่ดีกว่า ซึ่งผู้เอาประกันสามารถเลือกใช้แบบเดิม หรือเปลี่ยนใหม่ก็ได้ ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องเพิ่มเงินอีกเล็กน้อย
3. ท่านคิดว่าตัวแทนประกันชีวิตจำเป็นต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม
    จำเป็น เพราะตัวแทนประกันชีวิตจะต้องเข้างานสังคมด้วย
    ไม่จำเป็น เพราะตัวแทนประกันชีวิตที่เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ ให้บริการลูกค้าอย่างดีก็เพียงพอ แล้ว
    ไม่จำเป็น เพราะตัวแทนประกันชีวิตจะต้องผ่านการสอบรับใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตจึงจะ ได้รับใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต ซึ่งเป็นเครื่องแสดงว่าตัวแทนประกันชีวิตมีความรู้แล้ว
    จำเป็น เพราะตัวแทนประกันชีวิตควรมีมีความรู้ให้กว้างขวาง รู้ข่าวสารที่ทันสมัย เพื่อสามารถอธิบายให้ลูกค้าได้
4. ในการเสนอขายประกันชีวิตรายหนึ่ง ผู้เอาประกันภัยได้พิจารณาแล้วว่าแบบประกันชีวิตที่ตัวแทนประกัน ชีวิตเสนอนั้นมีประโยชน์กับตนเอง แต่ผู้เอาประกันภัยเกรงว่าจะไม่สามารถส่งเบี้ยประกันชีวิตได้ เพราะ แบบประกันที่ตัวแทนประกันชีวิตเสนอมานั้นมีเบี้ยประกันชีวิตสูง ท่านคิดว่าตัวแทนประกันชีวิตควร แนะนำผู้เอาประกันอย่างไรจึงจะถูกต้องตามจรรยาบรรณฯ ในข้อที่ว่า “ไม่เสนอแนะผู้เอาประกันภัยทำ ประกันภัยเกินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย หรือเสนอขายนอกเหนือเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์”
    แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยทำประกันชีวิตไปก่อน ค่อยตามแก้ปัญหาภายหลัง
    แนะนำให้ผู้เอาประกันพยายามหารายได้เพิ่ม เพื่อมีเงินเพียงพอที่จะชำระเบี้ยประกันภัย เพราะ ตัวแทนประกันชีวิตเห็นว่า แบบประกันแบบนี้ผู้เอาประกันภัยจะได้รับประโยชน์สูงสุด
    เสนอจ่ายเบี้ยประกันภัยงวดแรกให้ก่อน
    แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยทำประกันชีวิตตามจำนวนทุนประกันที่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้
5. สัญญาเพิ่มเติมอุบัติเหตุ จะให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมจากสัญญาหลัก ในกรณีใดต่อไปนี้
    การทุพพลภาพสิ้นเชิง การเสียชีวิตของผู้รับประโยชน์โดยอุบัติเหตุ
    การเสียชีวิต การสูญเสียทรัพย์สิน
    การเสียชีวิต การเสียขวัญจากอุบัติเหตุ
    การทุพพลภาพชั่วคราว การสูญเสียอวัยวะ
6. ลักษณะเด่นของการประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Life Insurance) หรือแบบเฉพาะกาล คือ
    อัตราเบี้ยประกันสูง
    มีลักษณะคล้ายการประกันวินาศภัย
    เน้นการออมทรัพย์
    เหมาะสำหรับผู้ต้องการความคุ้มครองในระยะยาว
7. ข้อใดคือลักษณะของการประกันกลุ่ม หรือการประกันชีวิตหมู่ (Group Life Insurance)
    รับประกันกลุ่มคนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ภายใต้กรมธรรม์ฉบับเดียว
    ให้ความคุ้มครองอย่างเดียว ไม่มีการออมทรัพย์
    ระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ย 30 วัน
    บังคับตรวจสุขภาพ
8. “จำนวนเงินที่ผู้รับประกันภัยเรียกเก็บจากผู้เอาประกันภัยทุกปี ตลอดระยะชำระเบี้ยประกัน” เรียกว่า
    เงินค่าสินไหมทดแทน
    เบี้ยประกันภัย
    มูลค่าเงินสด
    เงินเวนคืนตามกรมธรรม์
9. “สัญญาที่บริษัทผู้รับประกันภัยเป็นผู้ออกให้แก่ผู้เอาประกันภัยว่าตกลงจะรับผิดชอบในภัยอันจะเกิดขึ้น แก่ผู้เอาประกันภัย มีการประทับตรา และลงลายมือชื่อของกรรมการบริหารผู้มีอำนาจในบริษัท และ ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ถือเอกสารนี้ไว้เป็นหลักฐานในการเรียกร้องสิทธิและผลประโยชน์ที่จะได้รับ” คือ...
    ใบคำขอเอาประกันชีวิต
    กรมธรรม์ประกันชีวิต
    ใบเสร็จรับเงินค่าเบี้ยประกันภัย
    ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
10. ลักษณะของการประกันชีวิตแบบหนึ่งที่ระบุว่า “ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินได้ประจำหรือบำนาญตลอดชีพ หรือชั่วระยะเวลาหนึ่ง เน้นการออมทรัพย์มากกว่าความคุ้มครอง เหมาะกับผู้ต้องการมีรายได้ภายหลัง เกษียณอายุ หรือสร้างเงินบำนาญไว้ใช้ยามชรา” คือการประกันชีวิตแบบใด
    แบบตลอดชีพ
    แบบเงินได้ประจำ
    แบบสามัญ
    แบบสะสมทรัพย์
11. ประโยชน์ของการประกันชีวิต ยกเว้นข้อใด
    ความคุ้มครอง
    การป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น
    การลงทุน
    การออมทรัพย์
12. จำนวนเงินที่บริษัทประกันชีวิตจะต้องจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ คือข้อใด
    จำนวนเงินที่บริษัทเห็นสมควร
    จำนวนเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
    จำนวนเงินที่ผู้รับประโยชน์เรียกร้อง
    จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยกำหนด
13. แหล่งข้อมูลที่บริษัทประกันชีวิตนำมาพิจารณาตัดสินใจรับประกันชีวิตจากผู้ขอเอาประกันภัย คือ
    ใบคำขอเอาประกัน ประวัติการรักษาผู้ป่วย บัตรประจำตัวผู้เสียภาษี
    ใบคำขอเอาประกัน ประวัติการรักษาผู้ป่วย แหล่งข้อมูลทางการแพทย์
    รายงานตรวจสอบฐานะทางการเงิน ใบคำขอเอาประกัน ผลการเรียนจากสถาบันการศึกษา
    รายงานตรวจสอบฐานะทางการเงิน ใบคำขอเอาประกัน คู่มือจดทะเบียนรถ
14. ข้อใดคือหน้าที่ของผู้เอาประกันภัย
    ละเว้นการชำระเบี้ยประกันภัยตามสัญญาประกันภัย
    เปิดเผยข้อความจริงเกี่ยวกับตัวเองให้บริษัทประกันชีวิตทราบ
    โอนผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ให้องค์กรการกุศล
    บอกเลิกสัญญาประกันภัยในเวลาใดก็ได้
15. ผู้เยาว์ สามารถทำประกันชีวิตได้ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดประกอบ
    ต้องมีฐานะทางการเงินเพียงพอที่จะชำระเบี้ยประกันได้
    ต้องได้รับคำยินยอมจากผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน
    ต้องไม่เคยทำประกันชีวิตมาก่อน
    ต้องไม่เป็นผู้พิการ
16. บุคคลที่สาบสูญตามกฎหมายถือว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งการสาบสูญมีลักษณะตามข้อใด1. บุคคลใดจากถิ่นที่อยู่เป็นเวลาถึง 5 ปี โดยไม่มีใครทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างใด 2. บุคคลใดอยู่ในสมรภูมิสงคราม หรือตกอยู่ในเรืออับปาง หรือตกอยู่ในอันตรายแก่ชีวิตประการ อื่นใด หลังจากเหตุการณ์นั้นๆ ผ่านมาแล้ว 2 ปี ไม่มีใครทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างใด
    ถูกเฉพาะข้อ 1.
    ถูกทั้งข้อ 1. และ 2.
    ไม่มีข้อใดถูก
    ถูกเฉพาะข้อ 2.
17. ผู้รับประโยชน์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยการประกันภัย มี 2 ประเภท คือ
    ผู้รับประโยชน์ตามกฎหมาย และผู้รับประโยชน์ที่กำหนดเองได้
    ผู้รับประโยชน์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ และผู้รับประโยชน์ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
    ผู้รับประโยชน์ที่มีส่วนได้เสีย และผู้รับประโยชน์ที่ไม่มีส่วนได้เสีย
    ผู้รับประโยชน์ที่เป็นผู้เยาว์ และผู้รับประโยชน์ที่บรรลุนิติภาวะ
18. บริษัทประกันชีวิตจะมอบหมายให้ตัวแทนประกันชีวิตกระทำการใดดังต่อไปนี้
    จ่ายเงินเอาประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์
    รับเบี้ยประกันภัย
    ออกกรมธรรม์ประกันชีวิต
    ทำสัญญาประกันชีวิต
19. กฎหมายกำหนดให้บริษัทประกันชีวิตต้องวางเงินสำรองประกันชีวิตไว้กับกรมการประกันภัย เป็นมูลค่า เท่าใด
    ร้อยละ 5 ของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องจัดสรรไว้
    ร้อยละ 25 ของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องจัดสรรไว้
    ร้อยละ 35 ของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องจัดสรรไว้
    ร้อยละ 15 ของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องจัดสรรไว้
20. กฎหมายกำหนดให้บริษัทประกันชีวิต กันยอดรวมของเบี้ยประกันชีวิต และรายได้จากการลงทุน เก็บรวมสะสมไว้เพื่อการจ่ายสินไหมทดแทนในอนาคต สำหรับกรมธรรม์ที่ยังมีผลบังคับอยู่ ซึ่ง เงินส่วนนี้นับว่าเป็นหนี้สินที่มากที่สุดของบริษัทประกันชีวิต เงินส่วนนี้ เราเรียกว่า
    เงินค่าทดแทนประกันชีวิต
    เงินสำรองประกันชีวิต
    เงินมูลค่าประกันชีวิต
    เงินกองทุนประกันชีวิต

หน้าหลัก | ติดต่อเรา | สนใจทำประกันชีวิต | แผนผังเว็บไซด์ | นโยบายสิทธิส่วนบุคคล

ลิขสิทธิ์โดย บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด
123 ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2247 0247
ออกแบบและจัดทำโปรแกรมโดย บริษัท มัลติมีเดีย เอเชีย จำกัด