 |
เมนูหลัก |
|
|
 |
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง |
|
|
|
|
ไม่มีข้อมูล
|
 |
ติดต่อตัวแทนบริการ |
|
|
|
|
|
|
 |
 |
ไพล
เรื่อง/ภาพ: อรุษ
|
พักนี้ไปที่ไหนก็ได้ยินคนคุยกันเรื่องสมุนไพรไทย แต่คนเมืองอย่างฉันกับสมุนไพรนี่ดูจะอยู่คนละที่คนละทาง
เวลาเป็นอะไรขึ้นมาแต่ละทีเดินเข้าร้านขายยาซื้อหายาสำเร็จน่าจะง่ายกว่า
ใครจะไปคิดว่าเดี๋ยวนี้ในร้านขายยาก็มีสมุนไพรแปรรูปสำเร็จมาวางขายอยู่หลายขนาน ถามหายาทาแก้เคล็ดขัดยอก เจ้าของร้านแนะนำ น้ำมันไพล
ให้แทนที่จะเป็นยาหลอดของฝรั่งที่ใช้มาแรมเดือนก็ยังไม่กระเตื้อง กลิ่นน้ำมันไพลไม่ค่อยน่าพิสมัย แถมยังออกจะเลอะ ๆเทอะ ๆ
สีเหลืองเวลาติดเสื้อก็ซักออกยากจัง แต่พอมาทาๆนวดๆแค่วันสองวันก็ชักจะดีขึ้น
|
 |
 |
จะว่าไปฉันได้ยินชื่อ ไพล บ่อยมาก ทั้งพวกลูกประคบ อบสมุนไพร หรือนวดแผนไทย ที่เพื่อนๆฉันกำลังฮิตเกาะติดกระแสสุขภาพกัน
แต่ก็นึกไม่ออกสักทีว่าหน้าตาเป็นอย่างไร พอมีโอกาสไปเดินตลาดก็เลยมองหา ไพล ติดมือกลับบ้านด้วย ไพลเป็นไม้จำพวกหัว ตระกูลเดียวกับพวกขิง
แต่ต้นไม่สูงนัก สักประมาณ 2 ฟุตน่าจะได้ ใบเล็กยาวปลายใบแหลมๆเหมือนกับใบขิงมาก หัวที่ฉันซื้อมาปกติจะอยู่ใต้ดินเป็นแง่งๆติดกันเป็นพืด
เหมือนๆกับพวกขิงข่านั่นแหละ ข้างในหัวสีเหลืองดีทีเดียว ใครที่เคยลองประคบแล้วสีของไพลติดผิวติดเสื้อผ้าน่าจะยืนยันความเหลืองแบบนี้ได้
เพราะว่าไพลเป็นไม้ล้มลุก เราก็เลยเอาหัวมาปลูกลงดิน พอได้น้ำได้ความชุ่มชื้นของฤดูฝน ไพลจะงอก |
งามทันตาเห็น แต่พอถึงฤดูหนาวก็แห้งตายเหลือแต่หัว ไม่ต้องห่วงอะไรเพราะพอหน้าฝนมาเยือนอีกรอบ ไพลก็งอกงามได้อีกครั้ง
เวลาเก็บไพลควรเลือกเอาหัวที่แก่จัดๆ ซึ่งเนื้อข้างในจะเป็นสีเหลืองเข้ม เพราะว่าเป็นไพลที่มีคุณภาพทางยาสูง
เหมือนกับขิงที่ว่ากันว่ายิ่งแก่ยิ่งจัดนั่นแหละ คนชนบทมักจะปลูกไพลไว้เพื่อใช้ทำยา ไม่ใช่แค่ลูกประคบ หรือน้ำมันไพล
แต่ยังมียาอีกหลายขนานที่ใช้ไพลเป็นส่วนประกอบ ตัวอย่างของภูมิปัญญาชาวบ้านก็คือ ที่หมู่บ้านห้วยหิน ฉะเชิงเทรา ผู้ใหญ่วิบูลย์
เข็มเฉลิม ได้พยายามคิดค้นยาสมุนไพรมาแทนยาฝรั่ง และได้ทดลองทำน้ำมันไพลให้ชาวบ้านไปใช้แก้เคล็ดขัดยอก
ซึ่งหลังๆก็ได้ทดลองนำมาใช้กับแผลต่างๆ โดยเฉพาะแผลช้ำ ก็ปรากฏว่าได้ผลดี แต่น้ำมันไพลจะใช้ได้ดีในแผลใหม่ๆสดๆ
ถ้าเป็นมานานจนมีแผลหนองหรือเรื้อรังจะได้ผลช้ามาก หรืออาจใช้ไพลสดๆมาตำพอกแผลเลยก็ได้ นอกจากเรื่องบรรเทาอาการเคล็ดขัดยอก
ฟกช้ำ หรือทำลูกประคบ ไพลยังใช้ขับเลือดเสียได้อีกด้วย จึงมักใช้เป็นยาขับน้ำคาวปลาหลังคลอดบุตร โดยปรุงเป็นยาที่เรียกว่า
ยาประสระไพล ซึ่งกระทรวงสาธารสุขไทยประกาศให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน สมัยก่อนหมอยาไทยๆจะปรุงยาขนานนี้ติดบ้านไว้เสมอ
เคยมีผลการทดลองว่าไพลมีคุณสมบัติที่ใช้แก้ปวดท้องเนื่องจากลำไส้เกร็งตัวได้ จึงอาจนำมาใช้บรรเทาอาการปวดประจำเดือนด้วย
นอกจากนี้ในไพลยังมีน้ำย่อยที่ย่อยพวกแป้งได้ ดังนั้นเวลาท้องอืดก็ยังกินไพลช่วยการย่อยได้อีก นอกเหนือจากที่ว่ามาแล้ว
ไพลยังเป็นตัวยาสำคัญในตำรับยาแก้สารพัดโรค อย่างเช่น โรคกระเพาะ แก้บิด แก้ฝี แก้เจ็บคอ ลิ้นด่างเป็นขุย แก้ช้ำใน ริดสีดวงทวาร
ระดูขาว และยาอายุวัฒนะ มีประโยชน์ขนาดนี้ลองหาไพลมาปลูกที่บ้านบ้างก็เข้าท่าดีเหมือนกัน |
|
health corner
เรื่อง/ภาพ: นายทรงพล ทวนทอง
โทร. ๐-๑๒๕๐-๒๗๐๓
ประโยชน์ของมะขาม
มะขาม เป็นผลไม้คู่ครัวไทยมาแต่โบราณในการประกอบอาหาร แต่คุณสมบัติทางยาก็มี โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนที่แสนทรมานกายของใครหลายคน
ในประเทศที่มีอากาศร้อนอบอ้าว เช่น ประเทศในตะวันออกกลาง ผู้คนมักจะดื่มเครื่องดื่มที่ช่วยคลายความร้อน
และหนึ่งในเครื่องดื่มนั้นก็คือน้ำมะขาม เพราะสรรพคุณของน้ำมะขามนั้นสามารถลดอุณหภูมิภายในร่างกายได้
ฉะนั้นคนป่วยที่เป็นไข้ก็สามารถดื่มน้ำมะขามเพื่อบรรเทาอาการไข้ให้ทุเลาลง เป็นการแก้ไขอาการเฉพาะหน้าได้
นอกจากนี้ เนื้อมะขามที่แก่ เรียกว่า"มะขามเปียก" สามารถนำมาใช้เป็นยาระบาย คุณสมบัติด้านอื่นของมะขามก็มีอีกนะ
คือในประเทศอินเดียเขายังใช้เมล็ดมะขามทำประโยชน์กับผ้าโดยป่นให้ละเอียด
และนำมาต้มแช่กับผ้าเพื่อให้ผ้าแข็งเหมือนลงแป้งอย่างสมัยคุณยายนั่นไง เจ๋งจริงๆ
|
 |
 |
สายตาผิดปกติจะต้องใส่แว่น แต่อยากใส่แว่นสีจะดีหรือไม่
แว่นสายตาปกติที่ใสๆ นั้น ดูธรรมดาไปซะแล้ว เดี๋ยวนี้เขามีแว่นสายตาที่เป็นสีต่างๆ เพื่มเข้ามาเพื่อความเก๋ไก๋สำหรับวัยกิ๊ก แต่ประโยชน์จริง
ๆ ที่สำคัญของแว่นสีก็คือ ช่วยกรองแสงหรือลดปริมาณแสง เพื่อไม่ให้แสงที่มีความเข้มมากเข้ามาทำอันตรายต่อสายตาเรา
แต่ถ้าใส่แว่นสายตาสีอ่านหนังสือในบริเวณที่มีแสงน้อย อาจมีผลทำให้สายตาเสียได้
ฉะนั้นแล้วก็ควรเลือกดูว่าเวลาไหนควรจะใส่แว่นสายตาแบบไหนให้เหมาะกับกาละเทศะ อย่าเอาแต่เท่อย่างเดียว |
เรื่องขี้ผง
สภาพอากาศบ้านเราแปรปรวนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามฤดูกาล สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยก็คือปัญหารถติด
กับมลภาวะฝุ่นละอองและควันพิษ จนกรุงเทพฯบางถนนเหมือนเมืองในหหมอกเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่มีการแก้ปัญหาอยู่ก็ตาม แต่เอาเถอะไหนๆ ก็ไหนๆ
เราต้องอยู่เผชิญชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเกิดฝุ่นผงหรือสิ่งแปลกปลอมมีอันต้องกระเด็นมาเข้าตาละก็ อันดับแรกที่สำคัญก็คือ
"อย่าขยี้ตา" เพราะการขยี้ตาอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมไปทำลายกระจกตาได้ หรือเกิดอาการอักเสบเคืองตา วิธีการแก้ไขเบื้องต้นก็คือ
ถ้าฝุ่นผงอยู่ตรงกลางตาดำ (อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัว) ให้ใช้น้ำชะล้างออกเบาๆ แต่ถ้าปลิวเข้าไปอยู่ตรงบริเวณตาขาวหรือเปลือกตาล่าง
เคืองตายิ่งนักหรือคันตายิบๆ พยายามเขี่ยออกเบาๆ ด้วยทิชชูชื้น แต่ถ้าหากเขี่ยไม่ออกสักที ควรล้างออกด้วยน้ำยาล้างตาหรือไปพบแพทย์จะดีกว่า
เพราะปลอดภัยที่สุด
|
 |
 |
จิบเหล้าช่วยป้องกันหัวใจอักเสบ
แพทย์สมาคมโรคหัวใจของอเมริกา เปิดเผยว่า การดื่มแอลกอฮอล์ ในปริมาณต่ำ จะมีส่วนช่วยทำให้ปริมาณโปรตีนสองตัว คือ
"อินเตอร์ลิวกิน-๖" กับ "ซีรีแอกทีฟ" ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกิดขึ้นจากการอักเสบ มีส่วนทำให้เป็นโรคหัวใจในเลือดลดต่ำลง
บรรดาคอเหล้าได้ยินข่าวนี้คงจะดีใจยิ่งนัก เห็นดีเห็นงามด้วยกับการดื่มเพิ่มขึ้น แต่ขอย้ำว่า "ดื่มเล็กน้อย" เท่านั้น
ถ้ามากไปอาจติดเหล้าเป็นแอลกอฮอลลิกหรือทำให้ตับแข็งตายไปก่อนก็ได้ |
ชาเขียวป้องกันข้อเสื่อม กระดูกอ่อนถูกกัดกร่อนได้
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสรรพคุณของชาเขียว มีอยู่มากมาย อาทิ
มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านออกซิเดชั่นมีบทบาทสำคัญในการลดอัตราเสี่ยงของการเกิดอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำลายเซลล์
สามารถส่งผลกระทบให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรดมะเร็ง โรคหัวใจตีบตัน ฯลฯ และยังช่วยกระตุ้นประสาทและร่างกายให้มีประสิทธิภาพ ต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยเร่งให้มีการขับของเสียออกจากร่างกาย และยังมีคุณสมบัติช่วยละลายไขมันอีกด้วย
ล่าสุด นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ แห่งประเทศอังกฤษ ได้ค้นพบสารประกอบสองชนิดในชาเขียว ที่มีชื่อเรียกว่า " อีจีวี "กับ
"อีจีซีวี" ซึ่งมีสรรพคุณสามารถช่วยป้องกันโรคข้อเสื่อมเพราะมันไปสกัดน้ำย่อยที่มีฤทธิ์เป็นกรดที่มากัดกินกระดูกอ่อนได้
สำหรับคนที่เป็นโรคกระดูกเสื่อมรุนแรงอยู่แล้ว อาจจะสายไปหน่อย แต่ถ้าดื่มชามาแล้วเป็น ๑๐ปี ก็อาจจะเป็นเกราะป้องกันตัวเองได้
ดังนั้นควรหันมาดื่มชาเขียวกันดีกว่า
|
 |
 |
หัวสมองแล่นฉิวได้เพราะกลิ่น
กลิ่นหอมของดอกไม้และผลไม้บางชนิด มีอิทธิพลกับสมองของเรา อาจช่วยให้มีสมาธิจิตใจสงบเยือกเย็น และบางชนิดทำให้สมองเกิดความคิดโลดแล่น
คิดอะไรได้คล่องปรื๋อ
นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ ได้พยายามศึกษาถึงอิทธิพลของกลิ่นและพันธุ์ไม้หลายอย่างหลายชนิด ที่มีผลต่อจิตใจของเรา
พบว่ากลิ่นของดอกไม้และผลไม้ต่างๆ มีอิทธิพลต่อสมองของคนอย่างน่าทึ่ง เช่น กลิ่นของผลส้ม ช่วยกระตุ้นส่วนของสมองซึ่งควบคุมการใช้สมองของเรา
ทำเกิดสมาธิสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดีขึ้น อย่างมีระบบ ขณะที่กลิ่นดอกลาเวนเดอร์ ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกสบายอกสบายใจ สมองปลอดโปร่ง
เหมือนอย่างที่นำไปผลิตน้ำหอมใช้ และกลิ่นมะลิแบบไทยๆ ของเรานี้ ช่วยปลุกให้สมองแล่น คิดอ่านเรื่องต่างๆ ออกได้ฉับไว
|
ดื่มกาแฟวันละ ๓ แก้วไว้เป็นเกราะป้องกันโรคตับแข็ง
การดื่มกาแฟมากย่อมมีผลเสียต่อสุขภาพของเราแน่ๆ ในระยะยาว แต่เรื่องของประโยชน์ที่ได้จากการดื่มกาแฟก็มีนะจ๊ะ
โดยมีผลงานการศึกษาวิจัยจากนายแพทย์ สเวกอเวต แห่งสาธารณสุขนอร์เวย์
เปิดเผยจากการได้ศึกษาพฤติกรรมชาวนอร์เวย์จำนวนหลายพันคนที่เป็นนักดื่มกาแฟตัวยงว่าในจำนวนนี้ได้มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคตับไป ๕๓ ราย
แม้ยังไม่อาจทราบเหตุแน่ชัดนัก แต่เขาเชื่อว่ากาแฟน่าจะมีส่วนสำคัญที่มีสรรพคุณในการคุ้มครองตับจากโรคตับแข็งได้มากถึง ๔๐ %
แต่เขาก็บอกอีกนั่นแหละว่าไม่น่าจะเกิดจากสารคาเฟอีน น่าจะมาจากพวกสารที่มีสรรพคุณทางยาในกาแฟราว ๓๐๐-๔๐๐ ชนิด ในตัวใดตัวหนึ่ง
จึงเป็นความหวังว่าอาจจะช่วยให้พบวิธีรักษาโรคตับแข็งได้ในอนาคอันไกล้
เลือกรองเท้าคู่กาย สวมสบายไร้กังวล
รองเท้า ถือเป็นสิ่งสำคัญกับร่างกายเรา มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ใช่สวมกับเท้าไว้สำหรับเดินอย่างเดียว แต่มันเป็นสิ่งที่บอกว่า คนนั้นมาจากไหน
และกำลังจะไปที่ไหน สำหรับบางคนการหารองเท้าให้สวมใส่สบาย เป็นเรื่องยากยิ่ง จึงขอแนะนำวิธีการหารองเท้าที่สวมสบายพอดีเท้า
คือเวลาซื้อรองเท้าใหม่ ควรจะสวมรองเท้าแล้วยืนให้เต็มเท้า เพราะเท้าจะขยายออกเล็กน้อยเมื่อมีการรับน้ำหนักเต็มตัว
ต้องไม่ลืมว่าเท้าข้างหนึ่งจะใหญ่กว่าอีกข้างหนึ่งเล็กน้อย จึงควรลองรองเท้าทั้งสองข้าง ( ข้อเท็จจริงที่น่าแปลกก็คือ
เท้าด้านที่ยาวของคนส่วนมากมีมักเป็นด้านเดียวกับมือที่เขาถนัด )
ควรทิ้งช่องว่างระหว่างนิ้วที่ยาวที่สุดกับรองเท้าและด้านส้นเท้ากับรองเท้าไว้เกือบ ๑ ซม. ส่วนกล่องรองเท้าก็อย่าทิ้งเสียล่ะ
เก็บเอาไว้หย่อนเกลือลงประมาณ ๑ ซองเพื่อให้ดูดซับความชื้น เวลาเก็บรองเท้าจะได้ไม่ขึ้นรา ได้รองเท้าถูกใจแล้ว ใช่ว่าจะใส่ได้ทั้งวัน
วันแรกไม่ควรใส่เกิน ๑ ชม.แล้วค่อยเพิ่มเวลาที่หลัง จะช่วยลดแรงกดของรองเท้า และอย่าใส่รองเท้าคู่เดิมทุกวัน
ควรสลับสับเปลี่ยนกันบ้างเพื่อลดแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นทุกๆวันจนอาจทำให้เป็นตุ่มตาปลาหรือหนังด้านขึ้นได้
อีกข้อหนึ่งที่สำคัญ ความรักษาความสะอาดด้านในของรองเท้าอยู่เสมอ เพราะที่ฝ่าเท้ามีต่อมเหงื่อออกมา ย่อมส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์
ฉะนั้นอย่าละเลยสุขอนามัยของรองเท้าด้วย
พวกชอบเม้าท์ฟังทางนี้
เครื่องมือสื่อสารทางอิเล็กทรอนิก (มือถือจ๊ะ) ได้รับความนิยมเป็นอันมาก เรียกว่าต้องมีติดตัวไว้ใช้กันทุกคน ทุกเพศทุกวัย และทุกอาชีพ
(จริงๆ นะ) ตั้งแต่เด็กจนถึงคนแก่ และอาจถือว่าเป็นอวัยวะที่ ๓๓ ของร่างกายของมนุษย์เราไปแล้ว
การใช้โทรศัพท์มือถือมีประโยชน์ในเรื่องการติดต่อสื่อสารให้สะดวกสบาย และรวดเร็วทันใจฉับไวกับเวลาที่วิ่งฉิวๆ แบบไร้พรมแดนแก่ผู้ใช้มาก
แต่การใช้โทรศัพท์มือถือในระยะเวลานานๆหรือบ่อยครั้งย่อมเกิดโทษกระทบต่อร่างกายได้แน่ๆ
เร็วๆ นี้มีการพบภัยของโทรศัพท์มือถือในรูปแบบใหม่
จากการคุยโทรศัพท์เวลาเดินทำให้เสียสุขภาพคืออาจส่งผลอันตรายกับกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลัง
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางกระดูกสันหลังของออสเตรเลีย ได้ศึกษาพบว่าการพูดโทรศัพท์ในขณะเดินอาจเป็นเหตุให้กล้ามเนื้อและโครงกระดูกเจ็บได้
ต้นเหตุเนื่องจากการหายใจปกติขณะที่เรากำลังเดินโดยธรรมชาติ
เป็นการหายใจออกเมื่อเท้าแต่ละข้างกระทบพื้นเพื่อช่วยรับน้ำหนักไม่ให้กระดูกสันหลังต้องรับแรงกระแทก ต้องมารับแรงจากการฟังโทรศัพท์เพิ่มด้วย
ผู้หญิงที่มีฮอร์โมน เอสโตรเจน ต่ำเสี่ยงโรคหัวใจวาย
ผู้หญิงที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำก่อนถึงวัยหมดประจำเดือน
พบว่ามีความเสี่ยงกับสภาวะอุดตันในเส้นเลือดสูงกว่าผู้หญิงที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงกว่า
โดยปกติผู้หญิงมักมีความเสี่ยงต่อการหัวใจวายมากว่าผู้ชายถึง ๒ เท่า
การมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำอาจทำให้ร่างกายไม่สามารถตอบโต้ภาวะดังกล่าว และอาจทำให้การรักษาไม่ได้ผลเท่าที่ควร นักวิจัยค้นพบอีกว่า
ผู้หญิงบางคนมีระดับเอสโตรเจนต่ำ อาจเป็นผลมาจากความผิดปกติในสมองส่วนที่เรียกว่า Hypothalamus
หรืออาจมีผลมาจากการผ่าตัดรังไข่หรือรังไข่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ และมักปรากฏอาการให้เห็น เช่น บางรายไม่มีประจำเดือน
บางรายอาจมีรอบเดือนผิดปกติ สำหรับคนที่รู้ตัวว่ามีเอสโตรเจนต่ำ และต้องการที่จะทำให้หัวใจแข็งแรงนั้น แพทย์แนะนำว่า
ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหาวิตามินอาหารเสริมมารับประทาน (แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนน่าจะดีกว่า) |
ซุปฟักทอง
เรื่อง: สามใบเถา
ภาพ: ปิยชาติ ไตรถาวร
บางคนเห็นชื่อเมนูเเล้วอาจจะร้องยี้ เเต่ว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุปกับอาหารชามนี้ตั้งเเต่ต้น
เนื่องจากสูตรซุปฟักทองที่เราได้คัดเลือกมา ผ่านกระบวนการพิสูจน์ชิมรสชาติเเล้วว่าอร่อย ซึ่งจากวิธีทำกับส่วนประกอบที่นำมาปรุง
ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้ซุปฟักทองชามนี้เเตกต่างออกไป
เปลี่ยนความคิดเเบบเดิมที่หลายคนมองว่าซุปฟักทองเป็นเเค่อาหารเละๆของเด็กอ่อน หรืออาหารสำหรับผู้ป่วยพักฟื้น
หันมาเปลี่ยนนิสัยการเลือกกิน มารับประทานอาหารที่มีหน้าตาไม่น่าทานนัก
เเต่เน้นไปที่คุณค่าของวิตามินซีที่มีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งประโยชน์สูงจะดีกว่า
ส่วนประกอบ
ฟักทอง, มันฝรั่ง, หอมหัวใหญ่, น้ำมันมะกอก, น้ำซุป, เกลือ, พริกไทย, ครีม
วิธีทำ
๑. ใส่น้ำมันลงในกะทะ ทอดหอมหัวใหญ่จนสุก ใส่ฟักทอง
เเละมันฝรั่งลงไปผัดจนสุกหอม
๒. นำทั้งหมดใส่ลงในหม้อที่มีน้ำซุป เคี่ยวไปเรื่อยๆจนนิ่ม
๓. ปรุงรสด้วยเกลือเเละพริกไทยตามชอบ
๔. จากนั้นนำส่วนทั้งหมดไปปั่นให้ละเอียด
๕. เสร็จเเล้วเทกลับลงในหม้อ อุ่นให้เดือดอีกครั้ง
๖. ตักใส่ชาม ราดหน้าด้วยครีม ๑ ช้อนชา พร้อมรับประทาน
ได้
**ขอบคุณเมนู ร้านกาเเฟ เบเกอรี่เเละอาหารเพื่อสุขภาพ
Coffee Plus
เลขที่ ๙๙๐ อาคารอับดุลราฮิม ชั้น G ถนนพระราม ๔ เปิดบริการ ๘.๐๐ - ๑๙.๐๐ น.
สอบถามรายละเอียดหรือสั่งอาหารพร้อมจองห้องประชุมล่วงหน้า โทรศัพท์ ๐ ๒๖๓๖ ๑๕๙๖ |
 |
|
|
 |
|
|