 |
เมนูหลัก |
|
|
 |
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง |
|
|
|
|
|
 |
ติดต่อตัวแทนบริการ |
|
|
|
|
|
|
FAQ
|
| ทำไมถึงต้องดูแลให้กรมธรรม์มีผลบังคับอยู่เสมอ ? |
| เพื่อจะได้รับบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ไทยประกันชีวิตจะดำเนินการตรวจสอบสถานะกรมธรรม์ของผู้เอาประกันก่อนทุกครั้ง
หากกรมธรรม์ขาดผลบังคับ ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายครั้งนั้น
|
| ผู้เอาประกันสามารถระบุโรงพยาบาลที่ต้องการได้หรือไม่ ? |
ไม่สามารถทำได้
เพราะแพทย์ประจำศูนย์ฯ ฮอตไลน์จะตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลที่เหมาะสมให้แก่ผู้เอาประกัน
ภายใต้เหตุผลดังนี้
๑. อาการผู้ป่วยอยู่ในขั้นวิกฤต
จึงต้องหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดซึ่งพร้อมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและ
อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เหมาะสม
๒. กรณีไม่มีโรงพยาบาลใกล้เคียงที่ให้การรักษาได้และต้องเคลื่อนย้ายโดยด่วน
ทางศูนย์ฯ ฮอตไลน์อาจ
พิจารณาเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใหญ่ประจำแต่ละภูมิภาค
หรือย้ายเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อรับการ
รักษาที่เหมาะสมต่อไป |
| กรณีเจ็บท้องจะคลอดบุตร สามารถรับบริการประสานงานนำส่งผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลได้หรือไม่ ? |
| ไม่สามารถดำเนินการได้
เพราะการคลอดบุตรไม่ใช่อาการเจ็บป่วยที่เกิดจากโรคภัยหรืออุบัติเหตุ |
| กรณีไม่พอใจการรักษาของแพทย์หรือต้องการย้ายเพื่อไปพักฟื้นในโรงพยาบาลที่ต้องการ สามารถรับบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากศูนย์ฯ ฮอตไลน์ได้หรือไม่ ? |
บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมอบให้เฉพาะกรณีมีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น
ดังนั้นความต้องการหรือความ
จำเป็นในด้านอื่นๆ จึงอยู่นอกขอบข่ายที่จะได้รับบริการ |
| เมื่อญาติผู้เอาประกันดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง โดยไม่ผ่านศูนย์ฯ ฮอตไลน์ สามารถเรียกค่าใช้จ่ายจากไทยประกันชีวิตในภายหลังได้หรือไม่ ? |
| ไทยประกันชีวิตจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายผู้ภายใต้การดำเนินงานโดยศูนย์ฯ
ฮอตไลน์เท่านั้น |
| ไทยประกันชีวิตจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและค่ารักษาพยาบาลด้วยหรือไม่ ? |
| ไทยประกันชีวิตจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเท่านั้น
สำหรับค่ารักษาพยาบาล หากผู้เอาประกันซื้อสัญญาพิเศษเพิ่มเติมที่มีความคุ้มครองครอบคลุมถึงการรักษาพยาบาล
ก็สามารถนำมาเบิกค่าสินไหมทดแทนคืนกับไทยประกันชีวิตได้ตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญา |
| บัตรประจำตัวผู้เอาประกันสำคัญอย่างไร ? |
บัตรประจำตัวนี้จะมีชื่อผู้เอาประกันและเลขที่กรมธรรม์
พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ไทยประกันชีวิตฮอตไลน์
โทร. ๐ ๒๒๕๖ ๗๓๓๓ ผู้เอาประกันจะได้รับบริการอย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
และยังแสดงถึงความเป็นบุคคลพิเศษในการรับบริการเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน
โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย |
กรณีเดินทางไปต่างประเทศแล้ว
สามารถโทร.กลับมาลงทะเบียนขอใช้บริการในต่างประเทศย้อนหลังได้
หรือไม่ ? |
| บริการไทยประกันชีวิตฮอตไลน์ในต่างประเทศขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้เอาประกันที่แจ้งลงทะเบียนรายงานตัวก่อนการเดินทางเท่านั้น |
| กรณีเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ สามารถขอรับบริการฮอตไลน์จนจบการศึกษาได้หรือไม่ ? |
| ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองในระหว่าง
๙๐ วันแรกนับจากวันที่เดินทางไปเท่านั้น |
| กรณีผู้เอาประกันเดินทางไปรับการรักษาต่อในต่างประเทศด้วยโรคที่เป็นก่อนเดินทาง สามารถขอรับบริการเคลื่อนย้ายฉุกเฉินมารับการรักษาต่อเนื่องยังประเทศไทยได้หรือไม่ ? |
| บริการจะไม่คุ้มครองค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายที่เกิดจากโรคหรือความบาดเจ็บที่เกิดขึ้นอยู่ก่อน
(Pre-existing Condition) วันที่เดินทางไปต่างประเทศ |
| กรณีเดินทางไปต่างประเทศด้วยเครื่องบินทหารหรือราชการ สามารถขอรับความคุ้มครองได้หรือไม่ ? |
| ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองเฉพาะการเป็นผู้โดยสารในสายการบินพาณิชย์ที่มีกำหนดตารางการบินหรือเครื่องบินเหมาลำที่ได้รับอนุญาตตามเส้นทางบิน |
| ทำไมต้องใช้ข้อมูลมากมายในการลงทะเบียน ? |
| ข้อมูลที่ขอไว้นั้นล้วนเป็นประโยชน์ต่อผู้เอาประกันเองทั้งสิ้น
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เลขที่ประจำตัวประชาชน หรือเลขที่หนังสือเดินทาง
เพื่อความสะดวกต่อศูนย์ฯ ฮอตไลน์ในการประสานความช่วยเหลือกับหน่วยงานราชการหรือสถานทูต |
|
|